ประเด็นสังคม · ความเชื่อและศาสนา
อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม VS ความเชื่อของชาวภูเก็ต: เมื่อหลักธรรมปะทะประเพณีม้าทรงเกือบ 200 ปี
หลังเทศกาลถือศีลกินผักภูเก็ตปี 2569 ปิดฉากลง ไลฟ์ของ “อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม” ที่วิจารณ์พิธีแทงปากและลุยไฟของม้าทรงได้จุดกระแสถกเถียงไปทั่วโซเชียล ฝั่งหนึ่งมองว่าเป็นการตั้งคำถามด้วยเหตุผล อีกฝั่งมองว่าเป็นการดูแคลนศรัทธาของคนท้องถิ่น บทความนี้สรุปเหตุการณ์และมุมมองของทั้งสองฝ่ายแบบไม่ตัดสินใคร
อัปเดต 3 พฤศจิกายน 2569 · อ่านประมาณ 6 นาที

อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม คือใคร
“อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม” มีชื่อจริงว่า นายสัญชัย วันพิรัตน์ เป็นฆราวาสที่ไลฟ์สดสนทนาธรรมผ่านเพจ “คนตื่นธรรม” จุดเด่นคือการพูดตรง ใช้ภาษาดุดัน และมักตั้งคำถามกับความเชื่อที่เขามองว่าไม่ตรงกับหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า เช่น การดูดวง เครื่องรางของขลัง และพิธีกรรมทางไสยศาสตร์
อาจารย์เบียร์เคยเล่าว่าช่วงแรกคลิปของเขามียอดชมเพียงหลักร้อย จนวันหนึ่งพูดเรื่องเครื่องรางของขลังแล้วถูกแชร์ออกไปอย่างกว้างขวาง ยอดชมพุ่งเป็นหลักแสน และผู้ติดตามก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นับจากนั้น สไตล์นี้ทำให้เขามีทั้งแฟนที่เหนียวแน่นและผู้วิจารณ์จำนวนมาก รวมถึงเคยมีพระสงฆ์หลายรูปออกมาตำหนิเรื่องการใช้คำหยาบในการสอนธรรมะ
จุดเริ่มต้นของดราม่า
ประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ตปี 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10–18 ตุลาคม แม้งานจะจบลงแล้ว แต่ในวันที่ 20 ตุลาคม 2569 อาจารย์เบียร์ได้ไลฟ์วิจารณ์พิธีกรรมของม้าทรงอย่างตรงไปตรงมา ทั้งการใช้ของมีคมแทงปากแทงแก้ม และพิธีลุยไฟ โดยเรียกการกระทำเหล่านี้ว่าเป็น “ปาหี่” และไร้สาระ คลิปถูกตัดต่อและแชร์ต่อจนกลายเป็นประเด็นร้อนภายในวันเดียว
ประเด็นที่อาจารย์เบียร์วิจารณ์
1. การแทงปาก-แทงแก้มไม่ใช่ปาฏิหาริย์
อาจารย์เบียร์มองว่าการนำอาวุธหรือของแหลมคมมาทิ่มแทงร่างกายไม่ใช่สิ่งที่คนปกติทำ และไม่ควรถูกอ้างว่าเป็นอิทธิปาฏิหาริย์ เพราะในคัมภีร์ พระพุทธเจ้าและพระสาวกแสดงปาฏิหาริย์โดยไม่เคยทำร้ายตัวเองเลย เขายังอ้างว่ารู้จักคนที่เคยแทงปาก และการแทงมีเทคนิคค่อย ๆ ขยายเนื้อ ซึ่งเป็นคำกล่าวอ้างส่วนตัวที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน
2. คำท้า “เดินจงกรมบนกองไฟ”
ประเด็นที่ถูกแชร์มากที่สุดคือพิธีลุยไฟ อาจารย์เบียร์ชี้ว่าม้าทรงมักวิ่งผ่านกองไฟอย่างรวดเร็ว และบางคนล้มกลางกองไฟจนต้องมีคนช่วยลากออกมา เขาจึงท้าว่าถ้าเทพประทับร่างจริง ก็ควรเดินจงกรมอย่างมีสติบนทางลุยไฟให้เห็น ไม่ใช่วิ่งผ่าน นอกจากนี้ยังอ้างว่ามีการทาน้ำมันหรือยาที่เท้าก่อนลุยไฟ ซึ่งก็เป็นคำกล่าวอ้างของเขาเช่นกัน
3. ถ้าเลือดล้างเคราะห์ได้ ทำไมไม่บริจาค
ต่อความเชื่อว่าการเสียเลือดคือการที่เทพรับเคราะห์แทนผู้ถือศีล อาจารย์เบียร์ตั้งคำถามกลับว่า ถ้าเชื่อเช่นนั้นจริง ทำไมไม่นำเลือดไปบริจาคให้สภากาชาดไทยเพื่อช่วยผู้ป่วย พร้อมยืนยันตามหลักพุทธว่าสัตว์โลกเป็นไปตามกรรม การแก้เคราะห์ที่แท้จริงคือการทำกาย วาจา ใจให้สุจริต และใช้ปัญญาในการดำเนินชีวิต
4. ความเสี่ยงต่อร่างกาย
เขายังพูดถึงด้านความปลอดภัยว่าในแต่ละปีมีผู้ร่วมพิธีต้องเข้าโรงพยาบาล และรถมูลนิธิต้องวิ่งรับคนเจ็บกันทั่วเมือง
ความเชื่อของชาวภูเก็ต: ประเพณีถือศีลกินผักและม้าทรง
เพื่อเข้าใจว่าทำไมคำพูดนี้จึงกระทบใจชาวภูเก็ตมาก ต้องเข้าใจก่อนว่าประเพณีถือศีลกินผัก (กินเจ) ของภูเก็ตไม่ใช่แค่การงดเนื้อสัตว์ แต่เป็นประเพณีของชาวไทยเชื้อสายจีนที่สืบทอดมาเกือบ 200 ปี จัดขึ้น 9 วัน 9 คืนตามปฏิทินจีน มีพิธีกรรมตามอ๊าม (ศาลเจ้า) 39 แห่งทั่วจังหวัด เริ่มจากพิธียกเสาโกเต้งและปิดท้ายด้วยพิธีส่งพระ
ตามตำนานที่เล่าต่อกันมา คณะงิ้วจากจีนที่มาแสดงในภูเก็ตเคยล้มป่วยกันจำนวนมาก จึงเริ่มประกอบพิธีกินผักเพื่อบวงสรวงเทพเจ้าตามธรรมเนียมเดิม จากนั้นประเพณีนี้ก็ฝังรากในชุมชนมาจนถึงวันนี้
ม้าทรง (กีต๋อง) ในสายตาคนท้องถิ่น
ชาวภูเก็ตเรียกม้าทรงว่า “กีต๋อง” หมายถึงผู้ที่ถูกเลือกให้เป็นสื่อกลางให้เทพเจ้ามาประทับ ในอดีตมักสืบทอดผ่านตระกูล บางความเชื่อถือว่าผู้ที่ชะตาไม่ดีมาเป็นม้าทรงเพื่อต่อชีวิต และศาลเจ้าเป็นผู้คัดเลือก การใช้ของมีคมแทงร่างกายจะทำในช่วงพิธีแห่พระรอบเมือง (อิ้วเก้ง) ซึ่งผู้ศรัทธาเชื่อว่าเป็นการออกรับเคราะห์แทนผู้ถือศีลกินผัก
ประเพณีนี้ยังเป็นหัวใจของการท่องเที่ยวภูเก็ต ปีนี้เฉพาะขบวนแห่พระของศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย เต้าโบ้เก้ง มีม้าทรงร่วมขบวนกว่า 2,000 คน และ ททท. ก็ร่วมตั้งโต๊ะรับพรจากขบวนแห่ด้วย
เสียงตอบโต้จากฝั่งผู้ศรัทธา
หลังคลิปแพร่ออกไป มีชาวภูเก็ตและผู้ที่เป็นม้าทรงบางส่วนเข้าร่วมไลฟ์เพื่อโต้แย้งกับอาจารย์เบียร์โดยตรง ฝั่งผู้ศรัทธาย้ำว่านี่คือประเพณีและศรัทธาที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ไม่ควรถูกดูถูก และชวนให้ไปดูของจริงก่อนตัดสิน ขณะที่อาจารย์เบียร์ซักถามถึงเหตุผลของพิธีและความเชื่อเรื่องสะเดาะเคราะห์ พร้อมชี้แจงว่าไม่ได้ต้องการให้ล้มเลิกประเพณี
ข้อโต้แย้งหลักของฝั่งนี้คือ ผู้ร่วมพิธีทำด้วยความศรัทธาโดยสมัครใจ ไม่ได้หลอกลวงใคร และคำอย่าง “ปาหี่” หรือ “ไร้สาระ” เป็นถ้อยคำที่รุนแรงเกินไปสำหรับความเชื่อของผู้อื่น
อาจารย์เบียร์ออกมาขอโทษ
วันที่ 22 ตุลาคม 2569 อาจารย์เบียร์ไลฟ์ขอโทษหากคำพูดไปกระทบผู้ที่เป็นม้าทรงหรือผู้กินเจ ยืนยันว่าไม่มีเจตนาดูถูกหรือลบหลู่ประเพณี เขาขอบคุณทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย และบอกว่าไม่เคยคิดจะเปลี่ยนใจใคร หน้าที่ของเขาเพียงสอนสิ่งที่เขาเห็นว่าเป็นความจริงตามหลักธรรมต่อไป
เทียบมุมมองสองฝ่าย
| ประเด็น | มุมมองอาจารย์เบียร์ | มุมมองผู้ศรัทธาชาวภูเก็ต |
|---|---|---|
| การแทงปาก-แทงแก้ม | ไม่ใช่ปาฏิหาริย์ เป็นการทำร้ายตัวเอง | เป็นการออกรับเคราะห์แทนผู้ถือศีล ทำด้วยศรัทธา |
| พิธีลุยไฟ | ท้าให้เดินจงกรมอย่างมีสติแทนการวิ่ง | เป็นพิธีชำระสิ่งไม่ดีออกจากร่างกาย |
| การสะเดาะเคราะห์ | เคราะห์แก้ได้ด้วยกาย วาจา ใจที่สุจริต | เป็นความเชื่อและธรรมเนียมที่สืบทอดกันมา |
| ท่าทีต่อประเพณี | ไม่ได้ต้องการให้ยกเลิก แต่ขอให้ตั้งคำถาม | ไม่ควรถูกดูแคลน ควรเคารพความต่าง |
มองให้รอบด้าน
ประเด็นนี้มีหลายชั้น ในแง่ความปลอดภัย การใช้ของมีคมแทงร่างกายและการลุยไฟมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและการติดเชื้อจริง ผู้ร่วมพิธีควรรับรู้ข้อนี้ ส่วนในแง่ศรัทธา ความเชื่อเป็นเรื่องส่วนบุคคล และสังคมไทยอยู่ร่วมกับความหลากหลายทางความเชื่อมาช้านาน
คำท้าให้ “เดินจงกรมบนกองไฟ” ถือเป็นเงื่อนไขพิสูจน์ที่ชัดเจน แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีรายงานว่าศาลเจ้าหรือฝ่ายม้าทรงแห่งใดตอบรับคำท้าอย่างเป็นทางการ ไม่ว่าคุณจะอยู่ฝั่งไหน เรื่องนี้ชวนให้สังคมกลับมาคุยกันว่า เส้นแบ่งระหว่างศรัทธา ความปลอดภัย และการเคารพความเชื่อของผู้อื่นควรอยู่ตรงไหน
คำถามที่พบบ่อย
อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม ชื่อจริงคืออะไร
ชื่อจริงคือ นายสัญชัย วันพิรัตน์ เป็นฆราวาสที่ไลฟ์สนทนาธรรมผ่านเพจคนตื่นธรรม
ดราม่าอาจารย์เบียร์กับม้าทรงภูเก็ตเกิดขึ้นเมื่อไร
เริ่มจากไลฟ์วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ไม่กี่วันหลังประเพณีถือศีลกินผักภูเก็ต (10–18 ตุลาคม 2569) สิ้นสุดลง
อาจารย์เบียร์ขอโทษแล้วหรือยัง
ขอโทษแล้ว เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 โดยยืนยันว่าไม่มีเจตนาลบหลู่ประเพณี แต่จะสอนตามหลักธรรมที่ตนเชื่อต่อไป
ม้าทรงภูเก็ตเรียกว่าอะไร
คนท้องถิ่นเรียกว่า “กีต๋อง” หมายถึงผู้ที่ถูกเลือกให้เป็นร่างให้เทพเจ้ามาประทับในช่วงประเพณีถือศีลกินผัก
แหล่งอ้างอิง
- Thaiger: อ.เบียร์ วิจารณ์ร่างทรงแทงปาก-ลุยไฟ (20 ต.ค. 2569)
- Thaiger: อ.เบียร์ ขอโทษ ยืนยันไม่ได้ลบหลู่ประเพณี (22 ต.ค. 2569)
- CloudPang: ไลฟ์วิจารณ์ร่างทรง ท้าเดินจงกรมบนกองไฟ
- ฐานเศรษฐกิจ: ประเพณีถือศีลกินผักภูเก็ต-พังงา 2569
- แนวหน้า: ม้าทรงกว่า 2,000 ชีวิต ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย
- มติชน: อ.เบียร์ คนตื่นธรรม เข้ากราบเจ้าคุณประสาร
